สิ่งแวดล้อมกับการทำเหมืองแม่เมาะ

สิ่งแวดล้อมกับการทำเหมือง

การทำเหมืองแร่

เป็นงานที่ต้องพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์นั้น อาจเกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมได้จึงต้องจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และมีมาตรการต่างๆเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยต้องทำการศึกษาผลกระทบหลัก เพื่อประกอบการขอประทานบัตรเหมืองแร่ดังนี้

1. ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ (Physical Resources)

  • สภาพภูมิประเทศ
  • ธรณีวิทยา
  • อุตุนิยมวิทยาและคุณภาพอากาศ
  • ระดับเสียง
  • แรงสั่นสะเทือน
  • อุทกวิทยา
  • คุณภาพน้ำผิวดิน
  • อุทกวิทยาน้ำใต้ดิน
Image

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2. ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ (Biological Resources)

  • ทรัพยากรป่าไม้
  • ทรัพยากรสัตวป่า
  • นิเวศวิทยาทางน้ำ 

 

 

 

 

 

 

3. คุณค่าต่อการใช้ประโยชน์ ของมนุษย์ (Human Use Value Resources)

  • การใช้ที่ดินและการเกษตร
  • การใช้ประโยชน์ แหล่งน้ำ
  • อุตุนิยมวิทยาและคุณภาพอากาศ
  • การคมนาคมขนส่ง
  • สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

 

 

 

 

 

 

 

 

4. คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต (Quality of Life Value Resources)

  • เศรษฐกิจ-สังคม
  • สาธารณสุข
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • ประวัติศาสตร์ และสุนทรีภาพ

 

เมื่อได้รับประทานบัตร ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทางด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ โดยประกอบด้วยมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ

 

 

Go To Top

มาตรการลดผลกระทบ

มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านฝุ่น

แหล่งกำเนิดที่สำคัญในการทำเหมืองจะเกิดจาก รถขุด เครื่องโม่สายพานลำเลียง และถนนที่ใช้ขนส่งดินและถ่าน ซึ่งการลดปริมาณฝุ่นจากแหล่งกำเนิดเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อคุณภาพอากาศโดยมีมาตรการดังนี้

  • ลดปริมาณฝุ่นบนถนนในและนอกบ่อเหมือง โดยใช้น้ำฉีดพรมตลอดเวลาการทำงาน
  • ปรับปรุงสภาพถนนให้เป็นถนนลาดยางมากขึ้น
  • จำกัดความเร็วของรถวิ่งในบ่อและรอบบ่อไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ปิดคลุมที่สายพานลำเลียงถ่านและจุดเปลี่ยนสายพานงานดินและถ่าน
  • ติดตั้งระบบฉีดพรมน้ำที่บุ้งกี้หมุนสำหรับขุดดินและเครื่องตักถ่าน
  • ติดตั้งระบบฉีดพรมน้ำลานกองถ่าน
  • ปลูกแนวต้นไม้ (Green Belt) เป็นฉากกั้นฝุ่นทางทิศเหนือและทิศใต้ของเหมือง
ผลจากการเร่งรัด กวดขัน และเพิ่มเติมมาตรการลดฝุ่น ทำให้พบว่าปริมาณฝุ่นที่ตรวจวัดตามชุมชนลดลงตามลำดับ



ด้านกลิ่น

ปัญหากลิ่นรบกวนที่เกิดจากการทำเหมืองมีสาเหตุมาจากการที่ถ่านลิกไนต์ เกิดการลุกไหม้ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ (Spontaneous Combustion) โดยจะพบบ่อย บริเวณ คือที่ลานกองถ่าน ในบ่อเหมืองและที่ทิ้งดิน ซึ่งการแก้ไข จะใช้รถน้ำและเครื่องจักรกลเข้าดับการลุกไหม้ของถ่านบริเวณดังกล่าวทันทีที่พบเห็นนอกจากนี้ยังปรับปรุงวิธีการ ปฎิบัติงานให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการลุกไหม้ของถ่าน ได้แก่

  • 1. บริเวณลานกองถ่าน
    • ใช้ถ่านในการกองถ่านให้สั้นที่สุด โดยถ่านที่เข้ามากองก่อนจะถูกนำไปใช้ก่อน (First In First Out)
    • เมื่อย้ายพื้นที่ขุด/ตักถ่านจะเก็บเศษถ่านออกจากพื้นที่ให้เหลืออยู่น้อยที่สุด
  • 2. ในบ่อเหมือง
    • เมื่อเปิดหน้าดินจะเหลือดินคลุมถ่านไว้ 1 เมตร เพื่อไม่ให้ถ่านสัมผัสกับอากาศ
    • บ่อเหมืองที่เข้าตำแหน่งสุดท้าย (Final Limit) หากมีถ่านโผล่ตามผนังบ่อ จะใช้ดินถมและบดอัด
  • 3. บริเวณที่ทิ้งดิน
    • ตัดยอดกอง และบดอัดดินที่มีเศษถ่านปนอยู่ให้แน่น

ด้านน้ำจากการทำเหมืองฯ

น้ำเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการทำเหมืองเนื่องจากการทำเหมืองมีพื้นที่บริเวณกว้าง เมื่อมีฝนตกจะชะล้างสารละลายในดินปนเปื้อนไปกับน้ำ ดังนั้นในการจัดการคุณภาพน้ำเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เหมืองแม่เมาะจึงนำน้ำจากขุมเหมืองและน้ำจากที่ทิ้งดินระบายลงสู่บ่อดักตะกอน(Settling Pond) และผ่านการบำบัดด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) นอกจากนี้ยังได้นำน้ำไปใช้ในกิจกรรมการทำเหมือง เช่น ดับฝุ่น ดับการลุกไหม้ของถ่าน ฟื้นฟูสภาพเหมืองและระบายน้ำส่วนเกินปล่อยให้ไหลล้นสู่อ่างเก็บน้ำแม่เมาะต่อไป สำหรับแผนในอนาคตเหมืองจะดำเนินการดังนี้

  • จัดทำระบบระบายน้ำเพื่อแยกน้ำดีและน้ำเสียออกจากกัน และสร้างที่กักเก็บน้ำบนที่ทิ้งดิน เพื่อลดการปนเปื้อนของน้ำจากที่ทิ้งดิน
  • สร้างระบบเก็บกักน้ำเพิ่มมากขึ้น เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และ ลดปริมาณน้ำทิ้ง
  • สร้างคันกั้นน้ำ (CHECK DAM) บริเวณลำห้วยเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มีการตกตะกอนของสารแขวนลอย
  • ปลูกพืชคลุมดินเพื่อลดการปนเปื้อน

ด้านเสียง

ผลกระทบด้านเสียงจากการทำเหมืองอาจก่อให้เกิดปัญหารบกวนต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้เหมืองฯ โดยพบแหล่งกำเนิดที่สำคัญมาจากระบบสายพานลำเลียงดินและถ่านซึ่งการลดหรือการควบคุมเสียง เหมืองแม่เมาะมีมาตรการป้องกันแก้ไขที่แหล่งกำเนิด ทางผ่านของเสียง และที่ตัวคนดังนี้

  • ให้ผู้รับจ้างมีการบำรุงรักษาเครื่องจักรกล และระบบสายพานลำเลียงให้มีสภาพดีอยู่เสมอเพื่อลดระดับเสียงดัง จากการเสียดสีชิ้นส่วนของเครื่องจักร
  • ใช้แผ่นยางรองกันกระแทก บริเวณจุดเปลี่ยนสายพานและเครื่องโม่เพื่อลดเสียงกระแทก
  • ปลูกต้นไม้เป็นแนวกั้นระหว่างบ่อเหมืองและชุมชนที่ไวต่อการได้รับผลกระทบ
  • ให้ผู้ปฏิบัติงานในบ่อเหมืองที่อยู่ใกล้กับแหล่งกำเนิดเสียง สวมอุปกรณ์ป้องกันเสียง (Ear Plug)

 

Go To Top